”ฮาจิโกะ”สุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุดในโลก แสดงให้เห็นว่ามันกำลังรอเจ้านายอยู่ - ตลาดซื้อขายหมาทุกสายพันธุ์ รูปหมาน่ารักและคลิปหมาน่ารัก




เรื่อง: ”ฮาจิโกะ”สุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุดในโลก แสดงให้เห็นว่ามันกำลังรอเจ้านายอยู่
 
 130

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

My Name: Smile Smile ออฟไลน์
  • ดูรายละเอียด
  • ดูรายละเอียด
  • ดูรายละเอียด
  • ดูรายละเอียด
13 ส.ค. 19, 10:00:01น.


เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์เลยก็ว่าได้ ถึงแม้เจ้าฮาจิโกะจะตายไปนานเกือบ 100 ปีแล้ว นักประวัติศาสตร์ยังคงค้นพบอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับสุนัขที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น และโด่งดังไปทั่วโลก รูปที่เพิ่งถูกค้นพบแสดงให้เห็นถึงเจ้า”ฮาจิโกะ” กำลังเฝ้ารอเจ้านายของตนอย่างน่าเศร้า



และรูปนี้เองคือรูปที่เพิ่งถูกค้นพบมาได้ไม่นาน

รูปหายากดังกล่าว เป็นรูปภาพที่เจ้า”ฮาจิโกะ”กำลังนั่งผ่อนคลายอยู่ตามลำพังแถวสถานีชิบูย่า อ้างอิงจาก Japan News รูปนี้ถูกถ่ายเอาไว้ตั้งแต่ปี 1934 โดยอิซามุ ยามาโมโตะ อดีตพนักงานธนาคาร โตเกียว ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้มีรูปเพียงไม่กี่รูปเท่านั้นที่สามารถถ่ายเจ้าฮาจิโกะเอาไว้ได้ใน ณ ขณะนั้น



ประวัติของฮาจิโกะ เกิดในฟาร์มในปี 1923 มันถูกนำไปเลี้ยงโดยศาสตราจารย์ ฮิเดซาบูโร อุเอโน่ อาจารย์คณะเกษตรแห่งยูนิเวอร์ซิตีออฟโตเกียว ในทุกๆวันผู้เป็นเจ้าของและฮาจิจะเดินไปยังสถานีรถไฟชิบูย่าด้วยกัน อาจารย์จะลูบหัวก่อนที่จะบอกลาและขึ้นรถไฟในทุกๆวัน

สุนัขสายพันธุ์ อคิตะ ตัวนี้จะรออาจารย์ กลับมายังสถานีรถไฟอย่างอดทน ในขณะที่มันรอพนักงานรถไฟกับแม่ค้าขายของแถวนั้นก็จะเป็นผู้ดูแลมัน หาของกินเล่น และกล่าวทักทายเจ้าตูบตัวนี้



สิ่งนี้ดำเนินอยู่หลายปีจนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของ เขามีอาการเลือดตกในสมองและเสียชีวิตลง ฮาจิไม่รู้เรื่องนี้และมันก็ยังคงรอต่อไป เวลาผ่านมาหลายปีจนเจ้าฮาจิโกเริ่มแก่ตัว ฮาจิโกะไม่เคยหมดหวัง การเฝ้ารอของฮาจินั้นเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปี ถ้าจะให้เจาะจงเลยก็คือ 10 ปี มันเฝ้าจนถึงเช้าวันที่ 8 มีนาคม ปี 1935 เมื่อมีคนพบมันตายอยู่ใกล้ๆกับสถานีชิบูย่าโดยมันตายเองตามธรรมชาติ

เรื่องราวของเจ้า”ฮาจิโกะ” โด่งดังมากจนมีผู้สร้างเล็งเห็น และนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Hachiko หรือในชื่อไทยอย่าง ฮาชิ..หัวใจพูดได้ ซึ่งหลายคนดูแล้วน้ำตาท่วมจอกันเลยทีเดียว บางคนดูจบถึงขั้นจิตตก เพราะภายในเรื่องนี้มันเศร้ามาก คนรักหมาถึงขั้นน้ำตานองกันเลย








Tags: