แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ขายหมา

5536
[url=http://www.marketdogs.com]สุนัข[/url]กินมันฝรั่งได้หรือไม่[/size][/color]



     เดือนนี้เป็นเดือนของคนรักมันฝรั่ง รัฐ North Carolina มีงานเทศกาลมันฝรั่ง และเป็นรัฐผู้ผลิตมันเทศใหญ่ที่สุดของอเมริกา พวกเขาทำแบ่งไว้กินเองและส่งออก ต่อไปเรามาดูกันว่าแล้วสุนัขของเราล่ะ สามารถกินมันฝรั่งได้ไหม
สุนัขกินมันฝรั่งได้ไหม?



     มันฝรั่งมีต้นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้  ปลูกโดยมนุษย์เมื่อพัน ๆ ปีมาแล้ว  ทั่วโลกในขณะนี้ปลูกมันฝรั่งควบคู่ไปกับข้าวโพด ข้าวและข้าวสาลี มันฝรั่งเป็นหนึ่งในพืชอาหารชั้นนำ มันฝรั่ง มะเขือและมะเขือเทศเป็นพืชตระกูลเดียวกัน

     ต้นอ่อนมันฝรั่ง รวมทั้งใบ ลำต้นและผิวของมันฝรั่ง  มีพิษที่ เรียกว่า  solanine ซึ่งถ้าสุนัขสัมผัสอาจมีผลต่อระบบประสาทของสุนัข สายตาอาจจะพล่ามัว รบกวนการย่อยอาหารและลดอัตราการเต้นของหัวใจ จึงควรลีกเลี่ยงสุนัขออกจากมันฝรั่งที่ยังไม่เต็มวัย
เมื่อมันฝรั่งสุกโตเต็มวัย จึงควรปอกเปลือก เพื่อความปลอดภัย และให้สุนัขกินได้ แต่จะให้ดีที่สุด ต้องทำมันฝรั่งให้สุกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการอบ ต้มหรือมันฝรั่งบด  มันฝรั่งมีคุณค่าทางอาหารเยอะ ทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงาน โพแทสเซียมในการควบคุมความดันโลหิต  และวิตามินบี ซี  ควรควบคุมปริมาณให้พอเหมาะ และตระหนักว่าวิธีการทำให้สุกแบบ ทอด อาจจะส่งผลไม่ดีแก่สุนัขได้
สุนัขกินมันฝรั่งหวานได้ไหม?



     ในระยะยังไม่โตเต็มวัย เช่นเดียวกันกับมันฝรั่ง สุนัขควรเลี่ยง  เมื่อพร้อมรับประทาน มันฝรั่งหวานประกอบด้วย A B C และวิตามินที่มีประโยชน์ต่อทั้งสุนัขและเจ้าของสุนัข มันฝรั่งหวานอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต การบริโภคคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปอาจนำไปสู่โรคอ้วน  โรคตับอ่อนอักเสบและโรคเบาหวานสำหรับสุนัข ใยอาหารมากเกินไปจากพืชในมื้อเดียวอาจทำให้พวกเขามีความเสี่ยงต่อการย่อยอาหาร

   สุดท้ายที่ควรตระหนักคือ  ทุกสิ่งในปริมาณที่พอเหมาะ!

5537
สูตรขนมรักษาสุขภาพ [url=https://www.marketdogs.com/]น้องหมา[/url][/size][/color]




     มกราคมเดือนของเริ่มต้นปีของการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ และความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" ทำได้เช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าของต้องการให้ลูกสุนัขของคุณเริ่มต้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นที่คุณค่าทางอาหาร เพื่อหุ่นสวยและโรคภัยที่จะไม่เกิดตามมา



     มีหลายเหตุผลที่สำคัญ ที่แนะนำให้ควรจะผสมน้ำมันมะกอกในอาหารสุนัขของคุณ นอกจากน้ำมันมะกอกจะทำให้ขนมันวาว สุขภาพดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้พวกเขาลดน้ำหนักได้ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขา ลองทำดูเบื้องต้นก่อนสิค่ะ แค่เวลาไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

     วัตถุดิบเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่ารองลงมาคือ เมล็ดแฟลกซ์ (ธัญพืชเพื่อสุขภาพ) เช่น ปลาซาร์ดีน ที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวและขนของสุนัข  ยังมี “กรดอัลฟาไลโนเลอิก”  สารนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น แต่มันสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ คุณสามารถหาซื้อเมล็ดแฟลกซ์ได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต เก็บรักษาไว้ในตู้เย็น เพื่อคุณภาพและป้องกันการหืน

วันนี้มาแนะนำสูตรน้ำมันมะกอกและบิสกีตชีสเมล็ดแฟลกซ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอร่อย






ส่วนผสม:

แป้ง 1 ถ้วย (ทั้งอเนกประสงค์หรือข้าวสาลี)
น้ำซุป  1/2 ถ้วย
เมล็ดแฟลกซ์บดสดใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เนยแข็งหั่นเพื่อหน้าบีสกิต

ขั้นตอนการทำ

     เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์  เทซุปกับแฟลกซ์และน้ำมันมะกอก  ใส่แป้งแล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะเหนียวยืด ก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่มลงไปเล็กน้อย จากนั้นปั้นแป้งขนาดเท่าลุกปิงปอง แล้วก็ตรงการกลางลงหลังจากนั้นวางชีสตรงกลาง นำเข้าอบประมาณ 18-20 นาที จนชีสเป็นสีน้ำตาลและขนมปังกรอบ ปล่อยให้เย็น เชิญรับประทานได้


5538
สูตรขนมรักษาสุขภาพ [url=https://www.marketdogs.com/]น้องหมา[/url][/size][/color]




     มกราคมเดือนของเริ่มต้นปีของการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ และความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" ทำได้เช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าของต้องการให้ลูกสุนัขของคุณเริ่มต้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นที่คุณค่าทางอาหาร เพื่อหุ่นสวยและโรคภัยที่จะไม่เกิดตามมา



     มีหลายเหตุผลที่สำคัญ ที่แนะนำให้ควรจะผสมน้ำมันมะกอกในอาหารสุนัขของคุณ นอกจากน้ำมันมะกอกจะทำให้ขนมันวาว สุขภาพดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้พวกเขาลดน้ำหนักได้ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขา ลองทำดูเบื้องต้นก่อนสิค่ะ แค่เวลาไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

     วัตถุดิบเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่ารองลงมาคือ เมล็ดแฟลกซ์ (ธัญพืชเพื่อสุขภาพ) เช่น ปลาซาร์ดีน ที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวและขนของสุนัข  ยังมี “กรดอัลฟาไลโนเลอิก”  สารนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น แต่มันสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ คุณสามารถหาซื้อเมล็ดแฟลกซ์ได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต เก็บรักษาไว้ในตู้เย็น เพื่อคุณภาพและป้องกันการหืน

วันนี้มาแนะนำสูตรน้ำมันมะกอกและบิสกีตชีสเมล็ดแฟลกซ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอร่อย






ส่วนผสม:

แป้ง 1 ถ้วย (ทั้งอเนกประสงค์หรือข้าวสาลี)
น้ำซุป  1/2 ถ้วย
เมล็ดแฟลกซ์บดสดใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เนยแข็งหั่นเพื่อหน้าบีสกิต

ขั้นตอนการทำ

     เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์  เทซุปกับแฟลกซ์และน้ำมันมะกอก  ใส่แป้งแล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะเหนียวยืด ก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่มลงไปเล็กน้อย จากนั้นปั้นแป้งขนาดเท่าลุกปิงปอง แล้วก็ตรงการกลางลงหลังจากนั้นวางชีสตรงกลาง นำเข้าอบประมาณ 18-20 นาที จนชีสเป็นสีน้ำตาลและขนมปังกรอบ ปล่อยให้เย็น เชิญรับประทานได้


5539
สูตรขนมรักษาสุขภาพ [url=https://www.marketdogs.com/]น้องหมา[/url][/size][/color]




     มกราคมเดือนของเริ่มต้นปีของการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ และความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" ทำได้เช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าของต้องการให้ลูกสุนัขของคุณเริ่มต้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นที่คุณค่าทางอาหาร เพื่อหุ่นสวยและโรคภัยที่จะไม่เกิดตามมา



     มีหลายเหตุผลที่สำคัญ ที่แนะนำให้ควรจะผสมน้ำมันมะกอกในอาหารสุนัขของคุณ นอกจากน้ำมันมะกอกจะทำให้ขนมันวาว สุขภาพดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้พวกเขาลดน้ำหนักได้ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขา ลองทำดูเบื้องต้นก่อนสิค่ะ แค่เวลาไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

     วัตถุดิบเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่ารองลงมาคือ เมล็ดแฟลกซ์ (ธัญพืชเพื่อสุขภาพ) เช่น ปลาซาร์ดีน ที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวและขนของสุนัข  ยังมี “กรดอัลฟาไลโนเลอิก”  สารนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น แต่มันสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ คุณสามารถหาซื้อเมล็ดแฟลกซ์ได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต เก็บรักษาไว้ในตู้เย็น เพื่อคุณภาพและป้องกันการหืน

วันนี้มาแนะนำสูตรน้ำมันมะกอกและบิสกีตชีสเมล็ดแฟลกซ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอร่อย






ส่วนผสม:

แป้ง 1 ถ้วย (ทั้งอเนกประสงค์หรือข้าวสาลี)
น้ำซุป  1/2 ถ้วย
เมล็ดแฟลกซ์บดสดใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เนยแข็งหั่นเพื่อหน้าบีสกิต

ขั้นตอนการทำ

     เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์  เทซุปกับแฟลกซ์และน้ำมันมะกอก  ใส่แป้งแล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะเหนียวยืด ก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่มลงไปเล็กน้อย จากนั้นปั้นแป้งขนาดเท่าลุกปิงปอง แล้วก็ตรงการกลางลงหลังจากนั้นวางชีสตรงกลาง นำเข้าอบประมาณ 18-20 นาที จนชีสเป็นสีน้ำตาลและขนมปังกรอบ ปล่อยให้เย็น เชิญรับประทานได้


5540
สูตรขนมรักษาสุขภาพ [url=https://www.marketdogs.com/]น้องหมา[/url][/size][/color]




     มกราคมเดือนของเริ่มต้นปีของการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ และความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อนำไปสู่ "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" ทำได้เช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าของต้องการให้ลูกสุนัขของคุณเริ่มต้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เริ่มต้นที่คุณค่าทางอาหาร เพื่อหุ่นสวยและโรคภัยที่จะไม่เกิดตามมา



     มีหลายเหตุผลที่สำคัญ ที่แนะนำให้ควรจะผสมน้ำมันมะกอกในอาหารสุนัขของคุณ นอกจากน้ำมันมะกอกจะทำให้ขนมันวาว สุขภาพดีแล้ว ยังสามารถช่วยให้พวกเขาลดน้ำหนักได้ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขา ลองทำดูเบื้องต้นก่อนสิค่ะ แค่เวลาไม่นานคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

     วัตถุดิบเป็นส่วนผสมที่มีคุณค่ารองลงมาคือ เมล็ดแฟลกซ์ (ธัญพืชเพื่อสุขภาพ) เช่น ปลาซาร์ดีน ที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับผิวและขนของสุนัข  ยังมี “กรดอัลฟาไลโนเลอิก”  สารนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น แต่มันสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ คุณสามารถหาซื้อเมล็ดแฟลกซ์ได้ตามซุปเปอร์มาเก็ต เก็บรักษาไว้ในตู้เย็น เพื่อคุณภาพและป้องกันการหืน

วันนี้มาแนะนำสูตรน้ำมันมะกอกและบิสกีตชีสเมล็ดแฟลกซ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและอร่อย






ส่วนผสม:

แป้ง 1 ถ้วย (ทั้งอเนกประสงค์หรือข้าวสาลี)
น้ำซุป  1/2 ถ้วย
เมล็ดแฟลกซ์บดสดใหม่ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
เนยแข็งหั่นเพื่อหน้าบีสกิต

ขั้นตอนการทำ

     เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์  เทซุปกับแฟลกซ์และน้ำมันมะกอก  ใส่แป้งแล้วคนให้เข้ากัน แป้งจะเหนียวยืด ก็ใส่น้ำมันมะกอกเพิ่มลงไปเล็กน้อย จากนั้นปั้นแป้งขนาดเท่าลุกปิงปอง แล้วก็ตรงการกลางลงหลังจากนั้นวางชีสตรงกลาง นำเข้าอบประมาณ 18-20 นาที จนชีสเป็นสีน้ำตาลและขนมปังกรอบ ปล่อยให้เย็น เชิญรับประทานได้


5541
รางวัลนักสืบดีเด่น ในซานดิเอโก



     Jena คือสุนัขตำรวจอายุแปดปี ตลอดเวลา 4 ปี ใน กรมตำรวจ Escondido เธอได้รับในงานมากกว่า 1,000อาชญากรรมและพบยาเสพติดในผู้ต้องสงสัย หรือในรถถึง 88 ครั้ง

     "เธอไม่ใช่เพียงสุนัขที่สามารถตรวจเจอยาเสพติดของเราเท่านั้น แต่เธอเป็นหนึ่งในสุนัขชั้นดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี" ตำรวจ Eric Skaja กล่าว




     และในสัปดาห์นี้  Jena ได้เป็นหมาตัวแรกประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจที่จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักสืบดีเด่น สืบเนื่องจากปกติแล้วสุนัขตำรวจที่ทำงานมาประมาณ 4-5 ปีแล้วนั้นจะเสื่อมสมรรถภาพ เนื่องจากผลของการถูกฝึกอย่างหนัก การเจอสภาวะการทำงานจริงที่หนักหน่วง จริง ๆ ถือว่า Jena ใกล้เกษียณอายุแล้ว แต่ด้วยทักษะที่ดีเยี่ยม เรื่องการตรวจหายาเสพติด โดยที่ตำรวจไม่ต้องออกแรงมากนัก แถมเธอยังจัดว่าเป็นนักสืบที่เก่งกาจอีกด้วย เธอยังคงได้ช่วยงานในกรมตำรวจต่อไป

5542
รางวัลนักสืบดีเด่น ในซานดิเอโก



     Jena คือสุนัขตำรวจอายุแปดปี ตลอดเวลา 4 ปี ใน กรมตำรวจ Escondido เธอได้รับในงานมากกว่า 1,000อาชญากรรมและพบยาเสพติดในผู้ต้องสงสัย หรือในรถถึง 88 ครั้ง

     "เธอไม่ใช่เพียงสุนัขที่สามารถตรวจเจอยาเสพติดของเราเท่านั้น แต่เธอเป็นหนึ่งในสุนัขชั้นดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี" ตำรวจ Eric Skaja กล่าว




     และในสัปดาห์นี้  Jena ได้เป็นหมาตัวแรกประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจที่จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักสืบดีเด่น สืบเนื่องจากปกติแล้วสุนัขตำรวจที่ทำงานมาประมาณ 4-5 ปีแล้วนั้นจะเสื่อมสมรรถภาพ เนื่องจากผลของการถูกฝึกอย่างหนัก การเจอสภาวะการทำงานจริงที่หนักหน่วง จริง ๆ ถือว่า Jena ใกล้เกษียณอายุแล้ว แต่ด้วยทักษะที่ดีเยี่ยม เรื่องการตรวจหายาเสพติด โดยที่ตำรวจไม่ต้องออกแรงมากนัก แถมเธอยังจัดว่าเป็นนักสืบที่เก่งกาจอีกด้วย เธอยังคงได้ช่วยงานในกรมตำรวจต่อไป

5543
รางวัลนักสืบดีเด่น ในซานดิเอโก



     Jena คือสุนัขตำรวจอายุแปดปี ตลอดเวลา 4 ปี ใน กรมตำรวจ Escondido เธอได้รับในงานมากกว่า 1,000อาชญากรรมและพบยาเสพติดในผู้ต้องสงสัย หรือในรถถึง 88 ครั้ง

     "เธอไม่ใช่เพียงสุนัขที่สามารถตรวจเจอยาเสพติดของเราเท่านั้น แต่เธอเป็นหนึ่งในสุนัขชั้นดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี" ตำรวจ Eric Skaja กล่าว




     และในสัปดาห์นี้  Jena ได้เป็นหมาตัวแรกประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจที่จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักสืบดีเด่น สืบเนื่องจากปกติแล้วสุนัขตำรวจที่ทำงานมาประมาณ 4-5 ปีแล้วนั้นจะเสื่อมสมรรถภาพ เนื่องจากผลของการถูกฝึกอย่างหนัก การเจอสภาวะการทำงานจริงที่หนักหน่วง จริง ๆ ถือว่า Jena ใกล้เกษียณอายุแล้ว แต่ด้วยทักษะที่ดีเยี่ยม เรื่องการตรวจหายาเสพติด โดยที่ตำรวจไม่ต้องออกแรงมากนัก แถมเธอยังจัดว่าเป็นนักสืบที่เก่งกาจอีกด้วย เธอยังคงได้ช่วยงานในกรมตำรวจต่อไป

5544
รางวัลนักสืบดีเด่น ในซานดิเอโก



     Jena คือสุนัขตำรวจอายุแปดปี ตลอดเวลา 4 ปี ใน กรมตำรวจ Escondido เธอได้รับในงานมากกว่า 1,000อาชญากรรมและพบยาเสพติดในผู้ต้องสงสัย หรือในรถถึง 88 ครั้ง

     "เธอไม่ใช่เพียงสุนัขที่สามารถตรวจเจอยาเสพติดของเราเท่านั้น แต่เธอเป็นหนึ่งในสุนัขชั้นดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี" ตำรวจ Eric Skaja กล่าว




     และในสัปดาห์นี้  Jena ได้เป็นหมาตัวแรกประวัติศาสตร์ของกรมตำรวจที่จะได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักสืบดีเด่น สืบเนื่องจากปกติแล้วสุนัขตำรวจที่ทำงานมาประมาณ 4-5 ปีแล้วนั้นจะเสื่อมสมรรถภาพ เนื่องจากผลของการถูกฝึกอย่างหนัก การเจอสภาวะการทำงานจริงที่หนักหน่วง จริง ๆ ถือว่า Jena ใกล้เกษียณอายุแล้ว แต่ด้วยทักษะที่ดีเยี่ยม เรื่องการตรวจหายาเสพติด โดยที่ตำรวจไม่ต้องออกแรงมากนัก แถมเธอยังจัดว่าเป็นนักสืบที่เก่งกาจอีกด้วย เธอยังคงได้ช่วยงานในกรมตำรวจต่อไป

5545
ปั๊ก รับรู้ได้และแจ้งเตือนเจ้านายก่อนที่จะเกิดอาการชัก



     ปั๊กตัวนี้ ชื่อ Cat ชื่อของเธอเป็นความเข้าใจผิด แต่ก็ดูเหมาะกับเธอดี "เธอไม่ได้ร้ายกาจกับทุกคน แต่เธอชอบเห่า"   Heidi Klahre กล่าว  น้องปั๊กหน้าบี้กับลิ้นที่ห้อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มีหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้าน เธอทำงานอย่างจริงจังโดยมักออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อเตือนภัยถ้ามีคนเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน เธอคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด และล่าสุด แจ้งเตือนให้ไปยังสิ่งที่ร้ายแรงมากขึ้น



     "ไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ฉันมีอาการชัก เหมือนว่า Cat จะรู้สึกถึงมันก่อนว่าจะจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน" Klahre อธิบาย ปกติ Cat มักจะนอนหลับสนิทที่ปลายเตียง แต่จะทำตัวแปลกมากในชั่วโมงที่ฉันจะเกิดอาการชัก Cat ใช้เวลาทั้งคืนขึ้นมาวนเวียนอยู่ที่หัวนอนของฉัน  เธอจำได้ว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อ Klahre ลุกขึ้นไปทำงาน Cat ก็ยังคงทำแปลก วิ่งไปรอบๆบ้านแล้วส่งเสียงร้อง พยายามที่จะเรียกความสนใจจาก  Klahre แต่ Klahre ไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมแปลก ๆ และยังคงไปทำงานเช่นเดิม ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ออกจากบ้าน Klahre มีอาการชักเป็นครั้งแรก ในระหว่างการเดินทางฉันยังพอมีสติที่จะโทรขอความช่วยเหลือ

     เมื่อ Klahre กลับมาจากโรงพยาบาล พบว่า Cat ได้ข่วนพื้นเป็นรอยเยอะมาก เหมือนว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ Klahre  ปลอดภัย ส่วนมากแล้วสุนัขที่ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถแจ้งเตือนโดยแสดงอาการแปลก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเจ้าของของพวกเขา เธอสามารถรับรู้ถึงกลิ่นและอาการภายในของเจ้าของ Cat เป็นหนึ่งในร้อยที่รับรู้และสามารถแจ้งเตือนเจ้าของได้ โดยไม่ได้รับการฝึกมาก่อน  หลังจากครั้งนั้น Klahre ไม่เคยมีชักอีกและก็ยังไม่เคยเห็น Cat แสดงพฤติกรรมอย่างวันนั้นอีก

     ก่อนที่ Cat กับ  Klahre จะได้มาอยู่ด้วยกันนั้น Klahre กลัวสุนัขมาก และเธอไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อน  แต่เมื่อเธอมาเผชิญหน้ากับปั๊กหน้าย่นเป็นครั้งแรกทำให้เธอเกิดอยากเลี้ยง ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกัน Klahre ยังพยายามรักษาอาการลิ้นห้อย ที่ห้อยออกมาจากปากเยอะๆของ Cat

]

     "สาเหตุของลิ้น เธออาจจะมีปัญหาทางระบบประสาทเล็กน้อย" Klahre อธิบาย เธอพยายามเสริมสุขภาพโดยรวมของ Cat ให้เธอผ่อนคลายและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ Klahre ได้เรียนรู้ว่าส่วนมากของปั๊กจะเลี่ยงกับโรคค่อนข้างเยอะและค่าสัตวแพทย์ก็ราคาแพง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยจะท้อ ถึงแม้ Cat จะมีอายุแล้ว แต่เธอชื่นชมธรรมชาติของปั๊กหน้าย่น ว่ามีความอ่อนโยน ชอบคลอเคลีย และเอาใจใส่


5546
ปั๊ก รับรู้ได้และแจ้งเตือนเจ้านายก่อนที่จะเกิดอาการชัก



     ปั๊กตัวนี้ ชื่อ Cat ชื่อของเธอเป็นความเข้าใจผิด แต่ก็ดูเหมาะกับเธอดี "เธอไม่ได้ร้ายกาจกับทุกคน แต่เธอชอบเห่า"   Heidi Klahre กล่าว  น้องปั๊กหน้าบี้กับลิ้นที่ห้อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มีหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้าน เธอทำงานอย่างจริงจังโดยมักออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อเตือนภัยถ้ามีคนเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน เธอคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด และล่าสุด แจ้งเตือนให้ไปยังสิ่งที่ร้ายแรงมากขึ้น



     "ไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ฉันมีอาการชัก เหมือนว่า Cat จะรู้สึกถึงมันก่อนว่าจะจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน" Klahre อธิบาย ปกติ Cat มักจะนอนหลับสนิทที่ปลายเตียง แต่จะทำตัวแปลกมากในชั่วโมงที่ฉันจะเกิดอาการชัก Cat ใช้เวลาทั้งคืนขึ้นมาวนเวียนอยู่ที่หัวนอนของฉัน  เธอจำได้ว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อ Klahre ลุกขึ้นไปทำงาน Cat ก็ยังคงทำแปลก วิ่งไปรอบๆบ้านแล้วส่งเสียงร้อง พยายามที่จะเรียกความสนใจจาก  Klahre แต่ Klahre ไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมแปลก ๆ และยังคงไปทำงานเช่นเดิม ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ออกจากบ้าน Klahre มีอาการชักเป็นครั้งแรก ในระหว่างการเดินทางฉันยังพอมีสติที่จะโทรขอความช่วยเหลือ

     เมื่อ Klahre กลับมาจากโรงพยาบาล พบว่า Cat ได้ข่วนพื้นเป็นรอยเยอะมาก เหมือนว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ Klahre  ปลอดภัย ส่วนมากแล้วสุนัขที่ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถแจ้งเตือนโดยแสดงอาการแปลก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเจ้าของของพวกเขา เธอสามารถรับรู้ถึงกลิ่นและอาการภายในของเจ้าของ Cat เป็นหนึ่งในร้อยที่รับรู้และสามารถแจ้งเตือนเจ้าของได้ โดยไม่ได้รับการฝึกมาก่อน  หลังจากครั้งนั้น Klahre ไม่เคยมีชักอีกและก็ยังไม่เคยเห็น Cat แสดงพฤติกรรมอย่างวันนั้นอีก

     ก่อนที่ Cat กับ  Klahre จะได้มาอยู่ด้วยกันนั้น Klahre กลัวสุนัขมาก และเธอไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อน  แต่เมื่อเธอมาเผชิญหน้ากับปั๊กหน้าย่นเป็นครั้งแรกทำให้เธอเกิดอยากเลี้ยง ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกัน Klahre ยังพยายามรักษาอาการลิ้นห้อย ที่ห้อยออกมาจากปากเยอะๆของ Cat

]

     "สาเหตุของลิ้น เธออาจจะมีปัญหาทางระบบประสาทเล็กน้อย" Klahre อธิบาย เธอพยายามเสริมสุขภาพโดยรวมของ Cat ให้เธอผ่อนคลายและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ Klahre ได้เรียนรู้ว่าส่วนมากของปั๊กจะเลี่ยงกับโรคค่อนข้างเยอะและค่าสัตวแพทย์ก็ราคาแพง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยจะท้อ ถึงแม้ Cat จะมีอายุแล้ว แต่เธอชื่นชมธรรมชาติของปั๊กหน้าย่น ว่ามีความอ่อนโยน ชอบคลอเคลีย และเอาใจใส่


5547
ปั๊ก รับรู้ได้และแจ้งเตือนเจ้านายก่อนที่จะเกิดอาการชัก



     ปั๊กตัวนี้ ชื่อ Cat ชื่อของเธอเป็นความเข้าใจผิด แต่ก็ดูเหมาะกับเธอดี "เธอไม่ได้ร้ายกาจกับทุกคน แต่เธอชอบเห่า"   Heidi Klahre กล่าว  น้องปั๊กหน้าบี้กับลิ้นที่ห้อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มีหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้าน เธอทำงานอย่างจริงจังโดยมักออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อเตือนภัยถ้ามีคนเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน เธอคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด และล่าสุด แจ้งเตือนให้ไปยังสิ่งที่ร้ายแรงมากขึ้น



     "ไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ฉันมีอาการชัก เหมือนว่า Cat จะรู้สึกถึงมันก่อนว่าจะจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน" Klahre อธิบาย ปกติ Cat มักจะนอนหลับสนิทที่ปลายเตียง แต่จะทำตัวแปลกมากในชั่วโมงที่ฉันจะเกิดอาการชัก Cat ใช้เวลาทั้งคืนขึ้นมาวนเวียนอยู่ที่หัวนอนของฉัน  เธอจำได้ว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อ Klahre ลุกขึ้นไปทำงาน Cat ก็ยังคงทำแปลก วิ่งไปรอบๆบ้านแล้วส่งเสียงร้อง พยายามที่จะเรียกความสนใจจาก  Klahre แต่ Klahre ไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมแปลก ๆ และยังคงไปทำงานเช่นเดิม ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ออกจากบ้าน Klahre มีอาการชักเป็นครั้งแรก ในระหว่างการเดินทางฉันยังพอมีสติที่จะโทรขอความช่วยเหลือ

     เมื่อ Klahre กลับมาจากโรงพยาบาล พบว่า Cat ได้ข่วนพื้นเป็นรอยเยอะมาก เหมือนว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ Klahre  ปลอดภัย ส่วนมากแล้วสุนัขที่ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถแจ้งเตือนโดยแสดงอาการแปลก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเจ้าของของพวกเขา เธอสามารถรับรู้ถึงกลิ่นและอาการภายในของเจ้าของ Cat เป็นหนึ่งในร้อยที่รับรู้และสามารถแจ้งเตือนเจ้าของได้ โดยไม่ได้รับการฝึกมาก่อน  หลังจากครั้งนั้น Klahre ไม่เคยมีชักอีกและก็ยังไม่เคยเห็น Cat แสดงพฤติกรรมอย่างวันนั้นอีก

     ก่อนที่ Cat กับ  Klahre จะได้มาอยู่ด้วยกันนั้น Klahre กลัวสุนัขมาก และเธอไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อน  แต่เมื่อเธอมาเผชิญหน้ากับปั๊กหน้าย่นเป็นครั้งแรกทำให้เธอเกิดอยากเลี้ยง ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกัน Klahre ยังพยายามรักษาอาการลิ้นห้อย ที่ห้อยออกมาจากปากเยอะๆของ Cat

]

     "สาเหตุของลิ้น เธออาจจะมีปัญหาทางระบบประสาทเล็กน้อย" Klahre อธิบาย เธอพยายามเสริมสุขภาพโดยรวมของ Cat ให้เธอผ่อนคลายและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ Klahre ได้เรียนรู้ว่าส่วนมากของปั๊กจะเลี่ยงกับโรคค่อนข้างเยอะและค่าสัตวแพทย์ก็ราคาแพง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยจะท้อ ถึงแม้ Cat จะมีอายุแล้ว แต่เธอชื่นชมธรรมชาติของปั๊กหน้าย่น ว่ามีความอ่อนโยน ชอบคลอเคลีย และเอาใจใส่


5548
ปั๊ก รับรู้ได้และแจ้งเตือนเจ้านายก่อนที่จะเกิดอาการชัก



     ปั๊กตัวนี้ ชื่อ Cat ชื่อของเธอเป็นความเข้าใจผิด แต่ก็ดูเหมาะกับเธอดี "เธอไม่ได้ร้ายกาจกับทุกคน แต่เธอชอบเห่า"   Heidi Klahre กล่าว  น้องปั๊กหน้าบี้กับลิ้นที่ห้อยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ มีหน้าที่สุนัขเฝ้าบ้าน เธอทำงานอย่างจริงจังโดยมักออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อเตือนภัยถ้ามีคนเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน เธอคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด และล่าสุด แจ้งเตือนให้ไปยังสิ่งที่ร้ายแรงมากขึ้น



     "ไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่ฉันมีอาการชัก เหมือนว่า Cat จะรู้สึกถึงมันก่อนว่าจะจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน" Klahre อธิบาย ปกติ Cat มักจะนอนหลับสนิทที่ปลายเตียง แต่จะทำตัวแปลกมากในชั่วโมงที่ฉันจะเกิดอาการชัก Cat ใช้เวลาทั้งคืนขึ้นมาวนเวียนอยู่ที่หัวนอนของฉัน  เธอจำได้ว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อ Klahre ลุกขึ้นไปทำงาน Cat ก็ยังคงทำแปลก วิ่งไปรอบๆบ้านแล้วส่งเสียงร้อง พยายามที่จะเรียกความสนใจจาก  Klahre แต่ Klahre ไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมแปลก ๆ และยังคงไปทำงานเช่นเดิม ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ออกจากบ้าน Klahre มีอาการชักเป็นครั้งแรก ในระหว่างการเดินทางฉันยังพอมีสติที่จะโทรขอความช่วยเหลือ

     เมื่อ Klahre กลับมาจากโรงพยาบาล พบว่า Cat ได้ข่วนพื้นเป็นรอยเยอะมาก เหมือนว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ Klahre  ปลอดภัย ส่วนมากแล้วสุนัขที่ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถแจ้งเตือนโดยแสดงอาการแปลก ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในเจ้าของของพวกเขา เธอสามารถรับรู้ถึงกลิ่นและอาการภายในของเจ้าของ Cat เป็นหนึ่งในร้อยที่รับรู้และสามารถแจ้งเตือนเจ้าของได้ โดยไม่ได้รับการฝึกมาก่อน  หลังจากครั้งนั้น Klahre ไม่เคยมีชักอีกและก็ยังไม่เคยเห็น Cat แสดงพฤติกรรมอย่างวันนั้นอีก

     ก่อนที่ Cat กับ  Klahre จะได้มาอยู่ด้วยกันนั้น Klahre กลัวสุนัขมาก และเธอไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อน  แต่เมื่อเธอมาเผชิญหน้ากับปั๊กหน้าย่นเป็นครั้งแรกทำให้เธอเกิดอยากเลี้ยง ทั้งคู่ใช้เวลาด้วยกัน Klahre ยังพยายามรักษาอาการลิ้นห้อย ที่ห้อยออกมาจากปากเยอะๆของ Cat

]

     "สาเหตุของลิ้น เธออาจจะมีปัญหาทางระบบประสาทเล็กน้อย" Klahre อธิบาย เธอพยายามเสริมสุขภาพโดยรวมของ Cat ให้เธอผ่อนคลายและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ Klahre ได้เรียนรู้ว่าส่วนมากของปั๊กจะเลี่ยงกับโรคค่อนข้างเยอะและค่าสัตวแพทย์ก็ราคาแพง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่เคยจะท้อ ถึงแม้ Cat จะมีอายุแล้ว แต่เธอชื่นชมธรรมชาติของปั๊กหน้าย่น ว่ามีความอ่อนโยน ชอบคลอเคลีย และเอาใจใส่


5549
รวมรูปหมา เฮฮา น่ารักๆ / อุ๊ย เขิล
« เมื่อ: 21 ม.ค. 58, 10:44:38น. »

5550
รวมรูปหมา เฮฮา น่ารักๆ / อุ๊ย เขิล
« เมื่อ: 21 ม.ค. 58, 10:44:38น. »